พระราชกรณียกิจเยือนมิตรประเทศ ตอน 3

เผยแพร่เมื่อ 9 พฤศจิกายน 2561

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อถูกใจวิดีโอ

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกวิดีโอ

mirror6

ผู้ติดตาม 1 คน

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อติดตามรายการ

ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จนิวัตพระนคร จากพระราชภารกิจเสด็จพระราชดำเนินเยือนนานาประเทศในยุโรป และสหรัฐอเมริกา เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๓ เป็นเวลาเกือบ ๒ ปี จึงมีพระราชดำริที่จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่างๆ เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีอันดีอีกครั้ง โดยวันที่ ๑๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๐๕ ได้เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปทรงเยือนสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประธานาธิบดีกอฮาร์ อายุบ ข่าน เครื่องบินพระที่นั่งลงจอด ณ ท่าอากาศยานกรุงการาจี ท่ามกลางการรับเสด็จอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนสถานที่สำคัญทั้งในปากีสถานตะวันตก และตะวันออก ที่กรุงการาจี เมืองเปชวาร์ เมืองตักสิลา และเมืองละฮอร์ ทั้งนี้มหาวิทยาลัยเปชวาร์ยังได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่พระองค์อีกด้วย ประทับอยู่ในปากีสถานเป็นเวลา ๑๒ วัน

image-1

เสด็จฯ เยือนประเทศนิวซีแลนด์

หลังเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหพันธรัฐมลายาได้เพียงเดือนเศษ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็ทรงสานต่อพระราชกรณียกิจในการสร้างสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๐๕ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนประเทศนิวซีแลนด์ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสถานที่ น่าสนใจในกรุงเวลลิงตัน เมืองทาอูรังกา โรโตรัว แฮมิลตัน อ๊อคแลนด์ ไครสต์เชิร์ช และดะนีดิน แม้จะเป็นฤดูหนาว และมีฝนตก แต่ในทุกเส้นทางที่เสด็จพระราชดำเนินตลอดระยะเวลา ๙ วัน มีชาวนิวซีแลนด์มารอเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทชื่นชมพระบารมีอย่างเนืองแน่น เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่มีพระราชภารกิจมาก และแทบไม่มีเวลาพักผ่อน จนสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระประชวร แต่ก็ทรงอดทนประกอบพระราชกรณียกิจเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ได้อย่างสมบูรณ์

เสด็จฯ เยือนประเทศญี่ปุ่น

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ สิ้นสุด ญี่ปุ่นตกอยู่ในฐานะประเทศผู้แพ้สงคราม รัฐบาลไทยได้ส่งคณะผู้แทนไปติดต่อทางการค้า กระทั่งต่อมาจึงได้ฟื้นฟูสัมพันธภาพต่อกัน วันที่ ๒๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๐๖ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ทั้งสองพระองค์ ทรงได้รับการรับเสด็จอย่างสมพระเกียรติจากสมเด็จพระจักรพรรดิ์ฮิโรฮิโต และสมเด็จพระจักรพรรดินี นางาโกะ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนสถานที่สำคัญในกรุงโตเกียว นครโอซากา เมืองเกียวโต นารา นาโกยา และกิฟุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ สนพระราชหฤทัยในกิจการอุตสาหกรรมต่างๆ ในขณะที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดการเยือนโรงงานผลิตผ้าลูกไม้ ทั้งสองพระองค์ยังได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ที่วัดนิทไทจิ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานไว้ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๓ วันที่ ๓ มิถุนายน จึงได้เสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทย

image-2

เสด็จฯ เยือนประเทศแคนาดา

วันที่ ๒๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๐ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศแคนาดา เพื่อทรงร่วมงานฉลองครบรอบ ๑๐๐ ปีการสถาปนา ทรงได้รับการรับเสด็จอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติจากรัฐบาล ทั้ง ๒ พระองค์ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนสถานที่ต่างๆ ในกรุงออตตาวา เมืองมอนทรีอัล และเมืองควิเบก ที่ควิเบกนี้ได้เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิดศาลาไทยในงานเอกซ์โป๑๙๖๗ ประเทศแคนาดา แม้จะอยู่ในเครือจักรภพอังกฤษ แต่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ใต้การปกครองของฝรั่งเศส ประชาชนส่วนใหญ่จึงพูดได้ทั้งภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงพระปรีชาสามารถทั้ง ๒ ภาษา จึงทรงเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม สร้างความประทับใจให้แก่ทุกคนที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทประทับอยู่เป็นเวลา ๔ วัน ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับมายังสหรัฐอเมริกา และเสด็จนิวัติประเทศไทย

หลังพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๓ ทรงใช้เวลา ๕ ปี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในทุกภูมิภาคเพื่อทรงรับรู้ทุกข์สุข ตลอดจนปัญหาในการดำเนินชีวิตของประชาชน ต่อมาทรงใช้เวลารวม ๘ ปี เสด็จพระราชดำเนินเยือนมิตรประเทศอย่างเป็นทางการเพื่อสร้างสัมพันธไมตรีอันก่อให้เกิดความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่ส่งผลดีแก่ชาติบ้านเมือง ทั้งนี้หลังเสด็จพระราชดำเนินกลับจากประเทศแคนาดา ก็มิได้เสด็จพระราชดำเนินไปเยือนประเทศใดอีก นอกจากเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธาน เปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ร่วมกับนายหนูฮัก พูมสะหวัน ประธานประเทศ ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตย-ประชาชนลาว เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๗ ด้วยมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ว่า ในฐานะที่ทรงเป็นพระประมุข-ของชาวไทย สมควรที่จะประทับอยู่ในบ้านเมือง เพื่ออยู่ใกล้ชิด และช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ยากที่เกิดแก่ราษฎรของพระองค์

กด enter ที่แป้นพิมพ์หรือปุ่ม 'ส่ง' เพื่อส่งความคิดเห็น
0 / 120
ความคิดเห็น 0 รายการ

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

กรุณาเลือกวิธีเข้าสู่ระบบ