พัฒนาที่ดิน พัฒนาชีวิตราษฎร ตอน 1

เผยแพร่เมื่อ 4 ธันวาคม 2561

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อถูกใจวิดีโอ

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกวิดีโอ

mirror6

ผู้ติดตาม 1 คน

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อติดตามรายการ

ปัญหาอันดับต้นๆ ของประเทศที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงห่วงใยเป็นพิเศษ คือการขาดแคลนที่ทำกินของราษฎร มีพระราชดำรัสว่า "...มีความเดือดร้อนอย่างยิ่งว่าประชาชนในเมืองไทยจะไร้ที่ดิน และถ้าไร้ที่ดินแล้วก็จะทำงานเป็นทาสเขา ซึ่งเราไม่ปรารถนาที่จะให้ประชาชนเป็นทาสคนอื่น แต่ถ้าเราสามารถที่จะขจัดปัญหานี้ โดยเอาที่ดินจำแนกจัดสรรอย่างยุติธรรมอย่างมีการจัดตั้ง จะเรียกว่านิคม หรือจะเรียกว่าหมู่ หรือกลุ่ม หรือสหกรณ์ก็ตาม ก็จะทำให้คนที่มีชีวิตแร้นแค้น สามารถที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้..." ทรงนำวิธีการปฏิรูปที่ดินมาใช้พัฒนาป่าเสื่อมโทรมจัดสรรให้เกษตรกรซึ่งไร้ที่ทำกินได้ประกอบอาชีพชั่วลูกหลาน ส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาดำรงชีพอยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่ทำลายป่า หรือทำอาชีพผิดกฎหมาย มีพระราชดำริให้ใช้แผนที่ และภาพถ่ายทางอากาศช่วยวางแผน จัดสร้างแหล่งน้ำ และทำผังพื้นที่การเกษตรให้สอดคล้องกับภูมิประเทศ อันเป็นต้นกำเนิดของโครงการพัฒนาที่ยังประโยชน์ให้แก่ราษฎรของพระองค์ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย

image-1

โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง พุทธศักราช ๒๕๐๗ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับ ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทรงทราบถึงความเดือดร้อนของกลุ่มชาวสวนผักชะอำ ๘๓ ครอบครัว ที่ยากจน ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการประกอบอาชีพทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดหาที่ดิน เพื่อนำมาจัดสรรเป็นที่ทำกินรัฐบาลอิสราเอล ได้ทราบถึงพระราชประสงค์ และอาสาช่วยเหลือพัฒนาการเกษตรสาขาต่างๆ มีพระราชดำริให้กันพื้นที่เสื่อมโทรม ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ไร่ ออกจากป่าคุ้มครองกรมป่าไม้ ตามขั้นตอนของกฎหมาย พัฒนาจนอุดมสมบูรณ์ แล้วจัดให้เกษตรกรที่เดือดร้อน เกษตรกรที่ขยันหมั่นเพียรแต่ขาดแคลนที่ดินทำกิน เข้ามาอยู่อาศัยและทำประโยชน์ โดยอยู่เป็นหมู่บ้านเกษตรกร มีหน่วยงานภาครัฐ ให้คำแนะนำ และช่วยเหลือด้านต่างๆ อบรมหลัก และวิธีดำเนินการสหกรณ์การเกษตร และเข้าชื่อกันจดทะเบียนเป็น “สหกรณ์การเกษตรหุบกะพง จำกัด” อันนำมาซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ราษฎรในพื้นที่จวบจนปัจจุบัน

image-2

โครงการจัดพัฒนาที่ดินในท้องที่หมู่บ้านทุ่งลุยลาย พุทธศักราช ๒๕๑๒ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้ก่อสร้างเขื่อนจุฬาภรณ์และตัดถนนผ่านพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ต่อมาชาวบ้าน ๑,๐๙๖ ครอบครัว ได้ถือโอกาสเข้าไปบุกรุก แผ้วถางเป็นที่อยู่อาศัย และทำกิน ส่งผลต่อสภาพผืนป่าต้นน้ำลำธาร เกิดความขัดแย้งรุนแรงกับเจ้าหน้าที่วันที่ ๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๖ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดเขื่อน และทรงทราบปัญหา มีพระราชดำริว่าการดำเนินคดีทางกฎหมายไม่อาจแก้ปัญหาได้ควรจัดพื้นที่ป่าส่วนหนึ่งที่ถูกทำลายไปแล้วในหมู่บ้านทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ให้ชาวบ้านเข้าทำประโยชน์เป็นการชั่วคราวระยะเวลา ๕๐ ปี เสียค่าธรรมเนียมไร่ละ ๑ บาทต่อปีใช้หลักการแบบเดียวกับโครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง โดยดำเนินการในรูปสหกรณ์ ส่งเสริมอาชีพและสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่า ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติยังทำให้ราษฎรมีส่วนสำคัญในการรักษาป่าสืบไป

กด enter ที่แป้นพิมพ์หรือปุ่ม 'ส่ง' เพื่อส่งความคิดเห็น
0 / 120
ความคิดเห็น 0 รายการ

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

กรุณาเลือกวิธีเข้าสู่ระบบ