กาแฟพระราชทานของในหลวง ร.9

เผยแพร่เมื่อ 20 ธันวาคม 2561

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อถูกใจวิดีโอ

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกวิดีโอ

mirror6

ผู้ติดตาม 1 คน

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อติดตามรายการ

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระวิสัยทัศน์กว้างไกล ด้านช่วยเหลือราษฎร จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ สู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ พระองค์ทรงเดินหน้าพัฒนาสู่จุดมุ่งหมายสำคัญ คือการมีชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรที่ดีขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน

image-1

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยัง ณ หมู่บ้านหนองหล่ม ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2517 และทรงทอดพระเนตรเห็นต้นกาแฟเพียง 2-3 ต้นที่ปลูกท่ามกลางไร่ฝิ่น พระองค์จึงสนพระราชหฤทัยว่าต้นกาแฟสามารถปลูกอยู่ในพื้นที่นี้ได้เช่นกัน และในขณะที่เสด็จพระราชดำเนินนั้นก็ได้มีคุณตาพะโย ตาโรซึ่งเป็นเกษตรกรชาวเขาและเป็นผู้ใหญ่บ้านในตอนนั้นได้ติดตามเข้าเฝ้าในหลวงไปด้วยอย่างใกล้ชิด และทรงมีรับสั่งเองว่าการที่เสด็จฯไปนั้นทำให้ชาวเขาเห็นว่ากาแฟนั้นสำคัญ จึงสนใจที่จะปลูก บัดนี้กาแฟบนดอยมีมากมายและก็เริ่มต้นจาก 2 - 3 ต้นนั่นเอง คุณตาพะโยก็ได้นำเมล็ดกาแฟมาถวายในหลวง ร.9 และทรงทอดพระเนตรเห็นว่าเมล็ดกาแฟมีความสมบูรณ์ดีและปลูกในพื้นที่ได้จึงมีรับสั่งให้ส่งเสริมการปลูกกาแฟโดยใช้เมล็ดที่นายพะโยนำมาถวายกลับคืนให้ชาวบ้านนำไปปลูกต่อ ต่อมาโครงการหลวงจึงได้เข้ามาส่งเสริมการปลูกกาแฟและนำวิธีการดูแลรักษาและเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมดังนั้นทางกรมวิชาการเกษตรโดยการสนับสนุนจากระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาผ่านทางโครงการหลวงระหว่างปีพ.ศ. 2517-2522 ได้ทำการศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อหาพันธุ์กาแฟอาราบิก้าที่สามารถต้านทานโรคราสนิมที่ระบาดในแหล่งปลูกภาคเหนือของไทยต่อมาในปีพ.ศ. 2525 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จทอดพระเนตรแปลงกาแฟที่ขุนวาง(ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ในปัจจุบัน) และทรงมีพระราชดำริให้กรมวิชาการเกษตรพัฒนาสายพันธุ์กาแฟที่เหมาะสมกับสภาพที่สูงของประเทศไทยเพื่อปลูกทดแทนฝิ่นบนพื้นที่สูง และหลังจากที่ในหลวงได้เสด็จในครั้งนั้น (พ.ศ.2517) ชาวเกษตรกรก็หันมาปลูกกาแฟแทนฝิ่นขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ชาวบ้านได้มีชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ มา

image-2

ปัจจุบันโครงการหลวงผลิตกาแฟ โดยการรับซื้อกาแฟอาราบิก้าจากเกษตรกรในพื้นที่ส่งเสริมของมูลนิธิโครงการหลวง 20 แห่ง ได้แก่ อินทนนท์ อ่างขาง ป่าเมี่ยง ตีนตก ห้วยโป่ง ม่อนเงาะ ห้วยน้ำขุ่น เป็นต้น โดยรับซื้อจากเกษตรกรรายย่อยกว่า 2,000 ราย ในรูปแบบกาแฟกะลา (กาแฟที่ปอกเปลือกสีแดงออกเหลือแต่เมล็ดและเปลือกหุ้มเมล็ด) ปีละ 250 – 300 ตัน โดยจำหน่ายในรูปกาแฟเมล็ด (กาแฟดิบ) ให้แก่อุตสาหกรรมแปรรูปกาแฟ และ จำหน่ายในรูปกาแฟคั่วภายใต้ชื่อ กาแฟดอยคำ

กด enter ที่แป้นพิมพ์หรือปุ่ม 'ส่ง' เพื่อส่งความคิดเห็น
0 / 120
ความคิดเห็น 0 รายการ

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

กรุณาเลือกวิธีเข้าสู่ระบบ