โขน...มรดกไทย มรดกโลก

เผยแพร่เมื่อ 4 ธันวาคม 2561

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อถูกใจวิดีโอ

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกวิดีโอ

mirror6

ผู้ติดตาม 1 คน

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อติดตามรายการ

เรื่องราวดีๆ ในวงการศิลปวัฒนธรรมไทยที่เกิดขึ้นช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คงจะเป็นเรื่องอื่นเสียมิได้ นั่นก็คือ

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ที่ประชุมคณะกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองพอร์ตหลุยส์ ประเทศมอริเชียส ระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2561 มีมติเป็นเอกฉันท์ พิจารณาให้ โขนไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ Thailand: Khon, masked dance drama in Thailand มีผลคุ้มครองนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันจับต้องไม่ได้ หมายถึง รูปแบบวัฒนธรรมซึ่งมีลักษณะจับต้องไม่ได้อย่าง ศิลปะการเล่าเรื่อง การเต้นรำ หรือประเพณีอื่นๆ ที่ต่างจากวัฒนธรรมซึ่งจับต้องได้อย่างโบราณสถานหรือโบราณวัตถุ โดยโขนเป็นรูปแบบวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้รายการแรกที่ประเทศไทยยื่นขอให้ยูเนสโกรองรับ

image-1

โขนถือ กำเนิดเกิดขึ้นจากพิธีกรรมและความเชื่อลัทธิเทวราชา ในคติศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ผสมผสานวัฒนธรรมต่างๆ ทำให้ “โขน” เป็นศิลปะการแสดงที่มีอยู่ในวัฒนธรรมของหลายชาติ รวมทั้งไทย

โขน ถือเป็นหนึ่งในเครื่องราชูปโภค หมายถึง พระเจ้าแผ่นดินเท่านั้นที่จะทรงมีคณะโขนได้ แสดงเรื่องรามเกียรติ์ ต้นเค้ามาจากรามายณะของอินเดีย วัฒนธรรมไทย มีหลักฐานกล่าวถึงโขนมา ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จดหมายเหตุของลาลูแบร์ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสที่ได้เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยามในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บันทึกถึงโขนไว้ว่า

“ชาวสยามมีมหรศพสำหรับเล่นในโรงอยู่ ๓ อย่าง อย่างที่ชาวสยามเรียกว่าโขน เป็นรูปคนเต้นรำตามจังหวะพิณพาทย์ ตัวผู้เต้นรำนั้นสรวมหน้าโขน แลถือศัสตราวุธ เป็นตัวแทนทหารออกต่อยุทธ์มากกว่าเปนตัวลคร แลมาตระว่าตัวโขนทุกๆตัวโลดเต้นเผ่นโผนอย่างแข็งแรง แลออกท่าทางพิลึกพิลั่นเกินจริง ก็ต้องเป็นใบ้ จะพูดอไรไม่ได้ ด้วยหน้าโขนปิดปากเสีย และตัวโขนเหล่านั้นสมมตเปนสัตว์ร้ายบ้าง ภูตผีบ้าง”

โขนเป็นศูนย์รวมของศิลปะหลากแขนง ตั้งแต่หัตถศิลป์ นาฏศิลป์ คีตศิลป์ ไปจนถึงวาทะศิลป์

ท่าโขน พัฒนาจากการละเล่นเต้นฟ้อน ท่าโขนหลักๆ มีสองอย่าง เต้นกับฟ้อน การเต้นเป็นท่าของยักษ์และลิง ส่วนพระและนางเรียก ท่าฟ้อน

หัวโขนเป็นเครื่องประดับสวมหัวที่รวมเอาหน้ากากและศิราภรณ์ประกอบกันเป็นส่วนใหญ่ สรรสร้างอย่างวิจิตรบรรจง เลียนแบบพระมหามงกุฎ พระชฎาและพระศิราภรณ์อื่นๆ แบ่งได้ 3 ประเภท คือ หัวพระ ยักษ์ และลิง

image-2

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่9 ทรงห่วงใยว่าศิลปวัฒนธรรมประจำชาตินี้จะเสื่อมความนิยม และอาจสูญหายไป จึงพระราชทานพระราชดำริให้ส่งเสริม สนับสนุน และจัดทำ “โขนพระราชทาน” ขึ้น จัดแสดงชุด “พรหมาศ” เป็นปฐมทัศน์ เมื่อวันที่ 24-28 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ทั้งยังได้พระราชเสาวนีย์ให้จัดการแสดงโขนพระราชทานต่อเนื่องทุกปี โดยในพ.ศ.2561 ได้จัดแสดงโขนพระราชทาน ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงสนับสนุนให้ “โขน” สมบัติทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย และของโลก ให้คงอยู่สืบไป

ขอเชิญติดตามชมร้อยเรื่องเมืองไทย ชุด “สวมหัวใจในหัวโขน” ได้ที่ https://mirror6.com/videos/2000013

อ้างอิงจากหนังสือ : โขนพระราชทานศาสตร์และศิลป์แผ่นดินไทย

กด enter ที่แป้นพิมพ์หรือปุ่ม 'ส่ง' เพื่อส่งความคิดเห็น
0 / 120
ความคิดเห็น 0 รายการ

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

กรุณาเลือกวิธีเข้าสู่ระบบ