พระประสูติกาล พระราชโอรส - พระราชธิดา

เผยแพร่เมื่อ 24 ตุลาคม 2561

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อถูกใจวิดีโอ

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกวิดีโอ

mirror6

ผู้ติดตาม 1 คน

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อติดตามรายการ

image-1

หลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินกลับไปรักษาพระสุขภาพจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตามคำกราบบังคมทูลถวายคำแนะนำของคณะแพทย์ระหว่างประทับรักษาพระองค์อยู่นั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงพระครรภ์แรก ท่ามกลางความปลื้มปีติของพระบรมวงศานุวงศ์ ประชาชนชาวไทย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงจัดเตรียมห้องด้านหลังพระตำหนักวิลล่าวัฒนา ทั้งยังทรงวาดรูปนางฟ้า ผีเสื้อ ดอกไม้ ประดับตกแต่งผนังต่างๆ ด้วยพระองค์เอง ต่อมาวันที่ ๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๔ สมเด็จพระราชินีได้มีพระประสูติกาลพระราชธิดาพระองค์แรก ที่โรงพยาบาลมองต์ชัวซี ได้รับพระราชทานพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี”

วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๕ เป็นอีกวันหนึ่งที่คนไทยทั้งประเทศปลื้มปีติด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี มีพระประสูติกาลพระราชโอรสพระองค์แรก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระนาม ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นผู้ตั้งถวายตามดวงพระชะตาว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ” ต่อมาเมื่อพระชนมายุ ๒๐ พรรษา ทรงรับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร และเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ จึงเสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๑๐ แห่งพระบรมมราชจักรีวงศ์ เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร”

image-2

พุทธศักราช ๒๔๙๗ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ทรงพระครรภ์ที่ ๓ และทรงมีพระประสูติกาลพระราชธิดาพระองค์ที่ ๒ เมื่อวันเสาร์ที่ ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๘ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชธิดาทรงได้รับการถวายพระนามโดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ว่า "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์" ด้วยเหตุที่ทรงบำเพ็ญพระราชกิจจานุกิจนานัปการอันเป็นคุณประโยชน์ต่อแผ่นดิน และราษฎร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนาพระราชอิสริยยศ และพระราชอิสริยศักดิ์เป็น “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี” ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๐

วันที่ ๔ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๐๐ ประชาชนชาวไทยต่างได้ปลื้มปีติอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระราชธิดาพระองค์สุดท้องประสูติ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี” ทรงเป็นเจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ที่มีผลงานอันเป็นคุณแก่โลก และทรงใช้พระปรีชาสามารถสนอง พระราชปณิธาน พระบรมราชชนกมาอย่างต่อเนื่อง มีพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “...ทั้ง ๒ พระองค์เป็นแรงบันดาลใจอย่างมาก ท่านทรงเป็นรูปแบบให้เห็นว่าเราควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร ตั้งแต่เล็กๆ ก็เห็นทูลกระหม่อมพ่อ สมเด็จแม่ทรงงานเกือบทุกวันมาตลอดระยะเวลา ๕๐ ปี ทรงทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อประชาชนคนไทย...”

กด enter ที่แป้นพิมพ์หรือปุ่ม 'ส่ง' เพื่อส่งความคิดเห็น
0 / 120
ความคิดเห็น 0 รายการ

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

กรุณาเลือกวิธีเข้าสู่ระบบ